9 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางBackpackแบบHitchhike

หนึ่งในทางเลือกการเดินทางของBackpackerหลายๆคนที่นิยมใช้คือการเดินทางแบบ Hitchhike วันนี้เรามี9สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเดินทางแบบHitchhikeที่ใครๆอาจจะคิดว่ามันง่าย แต่มันมีหลายปัจจัยที่บ่งบอกว่าไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเดินทางแบบนี้ ก่อนอื่นควรอ่าน9อย่างที่ควรรู้ก่อนออกไปเดินทางก่อนนะครับ

1.Hitchhike คืออะไร
การเดินทางแบบHitchhikeก็คือการเดินทางแบบที่เดินทางไปท่องเที่ยวแบบการโบกรถตามทางหรือเป็นการขออาศัยรถคนอื่นไปแบบไม่เสียค่าโดยสารนี่เองซึ่งการเดินทางนี้เราจะเห็นได้บ่อยกับชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยมีกระเป๋าใบใหญ่ๆ เดินอยู่ตามริมถนนนั่นแหละครับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับบ้านเขา และมีคนไทยส่วนน้อยที่นิยมการท่องเที่ยวในสไตล์นี้

2.การเดินทางในสไตล์ Hitchhike นั้นมีความเสี่ยง
เนื่องจากการเดินทางแบบHitchhike เป็นการเดินทางที่เราต้องอาศัยรถใครไปก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นการเดินทางแบบนี้อย่าพยายามไปคนเดียว และเลือกให้ดีว่ารถคันที่เราโบกนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ หากเป็นผู้หญิงยิ่งควรระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เป็นไปได้ให้เลือกรถที่คนขับเป็นผู้หญิง จะดีมาก หรือไม่ก็ควรมีเพื่อนผู้ชายไปด้วยน่าจะดีกว่าการโบกรถคนเดียวครับ อีกทั้งยังมีอีกหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเช่น หากนั่งกะบะ ก็อาจจะตกรถได้ แต่ทั้งนี้ในความเสี่ยงนั้นก็มีข้อดี อย่างเช่นได้มิตรภาพดีๆกับผู้ที่จอดรับอีกด้วยครับ

3.ไม่ควรโบกรถตอนกลางคืน
เนื่องจากทรรศนะวิสัยในการขับรถตอนกลางคืนนั้นค่อนข้างน้อย และถ้าหากเราเดินโบกรถตอนกลางคืนผู้คนที่ขับขี่รถไปมาอาจจะมองไม่เห็น แล้วอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ หรือไม่ก็อาจจะคิดว่าเราเป็นโจรเลยไม่มีใครกล้ารับ หรือไม่ก็อาจจะคิดว่าเราคือพลังงานบางอย่างก็เป็นไปได้

4.เลือกใช้เส้นทางการโบกรถที่รถวิ่งไม่เร็ว
ด้วยเหตุผลความอันตรายและอีกเหตุผลหนึ่งคือการให้คนขับได้ตัดสินใจว่าควรจะรับเราไหมหรือมีระยะเวลาที่จะชะลอรถเพื่อจอดรถรับเรา ห้ามโบกบนทางหลวงหรือที่รถวิ่งเร็วเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนหรือชนท้ายกันได้ แต่ถ้าหากจำเป็นต้องโบกจริงๆแนะนำให้เข้าไปดักโบกในปั้มน้ำมัน
5.เตรียมป้ายพร้อมระบุทื่หมาย
หากเราตัดสินว่าเราจะออกเดินทางแบบHitchhikeแล้ว เราควรเตรียมปากกาและกระดาษแผ่นใหญ่ๆติดไปด้วย เพื่อเอาไว้เขียนว่าเราต้องการไปไหน เผื่อผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาจะได้เห็นและอาจจะเป็นทางผ่านของเขาทำให้การตัดสินใจรับนั้นง่ายขึ้นและจอดรับเราง่ายขึ้นครับ เมื่อมีคนจอดรับก็อย่าลืมมีมารยาทยกมือไหว้ และบอกถึงความต้องการของเรา ตัวอย่างประโยค เช่น “สวัสดีครับ พอดีพวกเราจะไปที่ทำการอุทยานฯ ไม่ทราบว่าพี่จะผ่านไปทางนั้นไหมครับ พวกเราอยากจะขออาศัยติดรถไปด้วยจะได้ไหมครับ” หากโชคดีก็อาจจะโบกแค่ต่อเดียว แต่บางครั้งเค้าอาจจะถึงก่อนหรือแยกไปคนละทางก็สามารถขอลงกลางทางแล้วโบกต่อไปเรื่อยๆ

6.การแต่งตัวสำคัญ

ไม่ใช่อยากจะแต่งตัวยังไงก็ได้แล้วออกเดินทางแบบ Hitchhike เพราะมักจะมีผลกระทบส่วนหนึ่งเลยเกี่ยวกับการตัดสินใจที่เขาจะจอดรถรับเรา หากคุณแต่งตัวดูน่ากลัว ก็คงไม่มีใครจอดรับคุณเช่นกัน ทั้งนี้เราขอแนะนำให้แต่งตัวให้คล้ายคลึงกับนักท่องเที่ยว อย่างเช่นการสะพายกระเป๋าเป้ เพราะจะสามารถช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ โดยไม่ควรใส่หมวกหรือโพกผ้าบังหน้า และใส่แว่นตาดำเวลาโบก แต่ถ้าโบกได้แล้วจะเอามาใส่บังแดดบังลมก็ได้นะ ส่วนถ้ามีเพื่อนผู้หญิงไปด้วยก็ควรแต่งตัวให้มิดชิดที่สุด

7.เก็บของมีค่าให้เรียบร้อย
ระหว่างการเดินเพื่อที่จะหารถไม่ควรนำสิ่งของมีค่าออกมาให้เห็น เพราะเนื่องจาก อาจจะตกเป็นเป้าของเหล่ามิจฉาชีพที่จะเข้ามาด้วยความไม่หวังดีได้นะครับ

8.ตรวจสอบเส้นทางก่อนทุกครั้ง
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ไม่ควรประมาทจนลืมเช็คบ่อยๆ ว่าเราเดินทางมาถูกเส้นทางหรือป่าว อีกทั้งเวลามีคนรับเราขึ้นรถไปแล้วก็ควรเช็คเส้นทางอยู่ตลอดเวลาเพราะหากเขาพาเราออกนอกเส้นทางเราจะได้ไหวตัวทันและเตรียมตัวได้ถูก และหากไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็ควรพกแผนที่แบบพกพาเอาไว้ตลอด กันกรณีแบตเตอรี่หมดและไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต

9.ต้องมีเซนส์ก่อนตัดสินใจขึ้นรถ
เรื่องนี้เราก็อธิบายไม่ได้มากเนื่องจากต้องใช้ความตัดสินใจเบื้องต้นของเจ้าตัวจริงๆว่าจะสามารถมองและอ่านจิตใจของคนที่มารับได้ขาดหรือไม่เนื่องจากยุคสมัยนี้มีบุคคลหลายประเภท แม้เขาจะหน้าตาน่าเชื่อถือแต่ภายในเราก็ทราบได้ว่าเขาเป็นอย่างไร เรื่องนี้ต้องพึ่งเซนส์ล้วนๆเลยครับผม

หวังว่า9ข้อข้างต้นจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่อยากจะเดินทางออกท่องเที่ยวไม่มากก็น้อยนะฮะ
และสุดท้ายนี้อย่าพูดคุยกับผู้ที่รับเราขึ้นรถในเรื่อง Sensitive นะครับ เช่น การเมือง ศาสนา เพราะอาจจะทำให้คุณโดนไล่ลงจากรถหรือโดนทำร้ายได้นะครับ

Please follow and like us:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *